• Explore Vox
  • Culture
  • Entertainment
  • Life
  • Music
  • News & Politics
  • Technology
  • Join Vox
  • Take a Tour
  • Already a Member? Sign in

FORWARDMOVIECLUB

move in, move on move forward >>

  • ForwardMovie’s Blog
  • Profile
  • Neighbors
  • Photos
  • More 
    • Audio
    • Videos
    • Books
    • Links
    • Collections

Interview with Prince Caspian

  • 2 days ago
  • Post a comment

 

Prince Caspian
Prince Caspian

 

Ben Barnes เจ้าชายหนุ่มแห่งนาร์เนีย

 

กาลเวลาในนาร์เนียผ่านไป 1300 ปี แต่สำหรับลูซี เอ๊ดมันด์ ปีเตอร์ และ ซูซานแล้ว มันผ่านไปแค่ปีเดียวเท่านั้น พวกเด็กๆ ถูกเสียงเรียกจากนาร์เนียให้ต้องกลับไปช่วยดินแดนเวทมนต์อีกครั้ง  เมื่อเกิดการครอบครองอันมิชอบ เหล่าผองสัตว์และเจ้าชายแคสเปียนจะต้องกอบกู้อาณาจักรกลับมา โดยการช่วยเหลือของสี่ยุวกษัตริย์ เจ้าชายแคสเปียนตัวละครใหม่ในหนังภาคต่อเรื่องดังของดิสนี่ย์ The Chronicles of Narnia : Prince Caspian รับบทโดยนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ Ben Barnes หนุ่มวัย 27 ปีคนนี้ เป็นนักแสดงชาวอังกฤษที่ผ่านงานซีรี่ส์ทางโทรทัศน์มาหลายชุด แม้จะเป็นบทเล็กๆ  แต่เขาก็มีโอกาสแจ้งเกิดกับบทดังในภาพยนตร์เรื่อง The History Boys และล่าสุดที่ผ่านตาเราไปก็คือ Stardust ซึ่งเขารับบทเป็นพระเอกในวัยรุ่นนั่นเอง มารู้จักหนุ่มที่ไม่ได้เซอร์แค่มาดเพียงอย่างเดียวกันดีกว่า

 

1
1

กดดันไหมในการมารับบทนี้ที่ต้องเป็นตัวหลักของเรื่อง

Ben : หนังมันชื่อว่าเจ้าชายแคสเปียน ผมคิดว่าคนก็ต้องคาดหวังที่จะมาดูแคสเปียนน่ะนะครับ ผมตื้นตันใจอย่างมาก ที่ได้เห็นรูปตัวเองเป็นโปสเตอร์สูง 10 ฟุตอยู่ตามถนนซันเซ็ท เห็นตัวเองมองกลับมาที่ตัวผม ส่วนหนึ่งผมรู้ว่าใช่นั่นคือตัวผมแต่เหมือนกับว่ามันไม่น่าเชื่อจริงๆ  น้องชายผมชี้ดปสเตอร์แล้วบอกว่า “เบน เจ้าชายแคสเปียนไม่ใช่นายแน่ๆ “ ผมก็บอกว่า “ ก็ใช่นะ แต่เขาดูเหมือนฉันมากเลย”

 

หมายความว่าไงที่ว่าไม่เหมือนแคสเปียน

Ben : ผมก็ไม่รู้ ที่จริงผมว่าเรามีอะไรเหมือนกันอยู่นะ แคสเปียนเป็นคนลังเลใจ ผมก็เป็นแบบนั้น เขาไม่แน่ใจในสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญ ผมก็เป็นแบบนั้นเลย และเขามักรู้สึกว่าตัวเขายังไม่พร้อมอะไรหลายๆ อย่าง ผมคิดว่าผมเป็นคนตลกกว่าเขา คิดว่างั้นนะ เขาเป็นคนเอาจริงเอาจัง แต่เป็นใครก็ต้องเป็นแบบนั้นถ้าตกอยู่ท่ามกลางหมู่คนที่ต้องการจะฆ่าเขา  คงจะทำเป็นเล่นไม่ได้แน่

 

2
2

คุณเป็นแฟนหนังสือชุดนี้หรือเปล่า

Ben : ผมอ่านนิทานชุดนี้ตั้งแต่ผมอายุ 8 ขวบ เป็นแฟนตัวยงเลยล่ะครับ ผมชอบเรื่องการผจญภัย ก่อนหน้านี้ผมอ่าน Prince Caspian ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยในชั้นเรียนวิชาวรรณกรรมเด็ก และก็อ่านอีกทีตอนที่ได้บทนี้ ซึ่งผมก็อยากรู้ว่าหนังจะออกมาอย่างไร

 

เตรียมตัวในการรับบทนี้อย่างไร

Ben : ผมฝึกขี่ม้าอยู่หลายสัปดาห์ วันนึงก็ราวๆ ห้าถึงหกชม.  ครูสอนขี่ม้าเป็นชาวสเปน ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน วันที่สามโปรดิวเซอร์ของหนังอยู่ที่สนามฝึกเขาถามว่า “ เป็นไงบ้าง” ผมแบบ” ก็ไม่ค่อยดี เลยยย”

แต่ในที่สุดผมก็คล่องขึ้น แล้วก็ฝึกเรื่องฟันดาบ ฝึกเรื่องการเปลี่ยนสำเนียงพูด ทดลองแต่งหน้าทำผมอะไรต่างๆ

ประมาณว่าเป็นแคมป์นาร์เนียอะไรแบบนั้นเลยครับ

 

3
3

รู้สึกแปลกแยกไหมกับทีมนักแสดงเดิมเพราะพวกเขาเคยเล่นด้วยกันมาก่อนในภาคแรก

Ben : ผมจะโดนแซวช่วงแรกๆ ตอนผมมาเจอพวกเขาครั้งแรก พวกเขาเล่นปิงปองกันอยู่ในออฟฟิศของกองถ่ายแล้วก็กินไอศกรีมกัน นั่งตักกัน แต่พวกเขาก็ต้อนรับนักแสดงใหม่อย่างดีนะครับ เราเข้ากันได้ดี

 

ตอบตามตรงนะ พี่น้องพีเวนซี่คนโปรดของคุณคือใคร

Ben : ผมไม่มีคนโปรดนะ พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน มันไม่เหมาะหรอก (หัวเราะ) ก็ มันก็ไม่เหมือนกันน่ะนะ คนที่ผมชอบกินพิซซ่าด้วยคือแอนนา คนที่ผมชอบไปยิมด้วยคือวิลเลี่ยม คนที่ผมชอบแกล้งกันก็สกานดาร์ คนที่ผมชอบกอดก็จอร์จี้

 

4
4

มีฉากหวานๆ ระหว่างแคสเปียนกับซูซานด้วยซึ่งไม่มีในหนังสือ คุณอึดอัดไหม

Ben : เราก็กังวลกับเรื่องนี้นะครับ ผมรู้สึกว่าเราอยากเล่าเรื่องให้ตรงไปตรงมามากที่สุด เพราะหนังสือชุดนี้มีคนรักเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศของผม แต่ผมคิดว่ามันปรับเปลี่ยนได้ดี และผมก็พอใจกับมัน มันน่ารักดี ผมคิดว่าผู้ใหญ่ก็รับได้

 

5
5

ได้เห็นเวปแฟนๆ ตามเน็ทบ้างหรือยัง

Ben : เห็นแล้วครับ มันนากลัวมากเลย ตอนที่ผมได้บทนี้แรกๆ มีคนเขียนกันว่า “ฉันเกลียดเบน เขาแก่เกินกว่าจะเป็นแคสเปียน แถมผมก็สีไม่เหมือนด้วย”  ผมก็คิดว่า แบบนี้ไม่ดีแน่เลย แต่หลังจากผมไปดูมาไม่นานนี้ ก็มีเขียนว่า “ ฉันเบื่อเห็นหน้าเบน บาร์นสบนโปสเตอร์ ไม่อยากอ่านอะไรเกี่ยวกับเขาเลย” ผมเลยรู้สึกว่าต่อไปนี้ต้องเปิดเผยกับพวกเขาให้มากกว่านี้

 

6
6

คิดว่าความดังจากหนังเรื่องนี้จะมีผลอย่างไรกับคุณบ้าง

Ben : ผมก็ไม่รู้นะ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไร ผมอยากอยู่อย่างไม่มีใครรู้จักให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมอยากเป็นนักแสดงแล้วก็ทำงานแสดง ผมชอบเล่าเรื่อง หลายคนทำแบบนี้เพราะเขาขี้อายและพยายามทำตัวเป็นคนอื่น ผมคิดว่าถ้าเราทำเพื่อจะเป็นที่สนใจ มันคงไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้อง

 

The Chronicles of Narnia : Prince Caspian เปิดศึกกู้บัลลังก์ 29 พฤษภาคมนี้

 

 

 

 

 

Post a comment

The Happening : What's Happening

  • 2 days ago
  • Post a comment

Happening
Happening

 

The Happening : Whats Happening

ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่มีการรอคอยอยู่ดีไม่ว่า Lady in the Water จะน่าเซ็งขนาดไหน สำหรับหนังเรื่องใหม่ของเอ็ม ไนท์ ชามาลานที่ได้พระเอกมาดเข้มมาร์ค วอห์ลเบิร์กมารับบทนำ ในหนังทริลเลอร์ปริวิตก เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวที่ต้องเอาตัวรอดจากหายนะทางของโลกที่กำลังแผ่ขยายอย่างน่าสะพรึงกลัว โดยวอล์หเบิร์กจะต้องหอบลูกเมียหนีหายนะที่ว่าไปพร้อมกับค้นหาความจริงว่าที่มาของหายนะนี้มันมาจากไหน

 

หนังเรื่องใหม่ของชามาลานเป็นยังไงบ้าง

Mark : มันก็เกิดขึ้น อย่างที่มันเกิดขึ้นล่ะครับ ผมชอบทำงานกับไนท์ ผมไม่เคยเห็นคนทำหนังคนไหนทำงานลื่นไหลแบบนี้ มีการเตรียมพร้อมดีมากครับ วันแรกเราถ่ายฉากที่ยาวราวๆ ห้าหน้า ซึ่งผมมาคิดดูเราคงต้องถ่ายกันสักสามหรือสี่วัน แต่ปรากฏว่าเราถ่ายกันเสร็จก่อนมื้อกลางวันอีก ผมแบบทึ่งมาก ผมไม่เคยคิดอยากกำกับหนังจนได้มาทำงานกับไนท์นี่ล่ะครับ ผมคิดว่าในบรรดาผู้กำกับที่ผมร่วมงานด้วย สไตล์ของเขาเป็นแบบที่ผมอยากจะใช้เป็นแนวทางนะ

 

HP1
HP1

แล้วพอจะพูดถึงหนังได้ไหม คุณได้รับอนุญาติให้พูดเรื่องหนังได้หรือเปล่า

Mark : ผมเพิ่งบอกตอนจบคุณไปเอง (หัวเราะ) เปล่าหรอก ผมรับบทเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นบทที่หลายคนแปลกใจที่ผมรับเล่น ซึ่งบทนี้ทำให้ผมรากงอกขนาดที่ต้องพยายามจำว่าเดินยังไงเลยทีเดียว มันดูหนักมาก ดูเกรี้ยวกราดด้วย แบบเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์น่ะ แต่ผมชอบนะ มันเป้นเรื่องเกี่ยวกับตัวละครและความสัมพันธ์และเรื่องบ้าๆ ที่มันเกิดขึ้น ผมตื่นเต้นมาก  เราเหลืออีกเพียงสัปดาห์เดียวก็ถ่ายเสร็จ  นี่อาจเป็นหนังใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเล่นมาก็ได้ แต่เราก็เพิ่งถ่ายกัน 44 วัน วันที่ถ่ายนานที่สุดก็ 12 ชม. วันที่สั้นที่สุดก็ 8-9 ชม. แล้วเขายังให้วันหยุดเราด้วย อย่างทุกสุดสัปดาห์เราจะมีทริปไปเที่ยวหมู่เกาะของกรีกได้เจ็ดวัน เป็นการชิงโชคน่ะครับ รู้สึกว่าทีมงานคนนึงได้ไป คิดว่าเป็นคนแผนกเสียงนะ อาทิตย์ก่อนก็มีคนได้รางวัลไปหมู่เกาะแคริบเบี้ยนด้วย ผมแบบ อะไรกันเนี่ย เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากครับ ผมทำทุกอย่างตามที่เขาอยากให้ผมทำ ผมคิดว่าที่สุดแล้วมันจะออกมาน่าพอใจนะ  เขาตื่นเต้นมาก และผมก็รู้สึกดีกับมัน

 

HP2
HP2

ได้กลับไปโรงเรียนเพื่อฝึกการเป็นครูไหม

Mark : วิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ผมไม่ได้เลือกเพื่อสอบ GED เลยตอนสอบเข้าที่ฟิลลาเดลเฟีย ผมไปที่สถาบันเบน แฟรงคลิน และพยายามอย่างมากเท่าที่จะมากได้ แต่มันก็ไม่มีอะไรมากในชั้นเรียน คือในชั้นเรียนก็จะเป็นการแสดงความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียนมากกว่า และการสื่อสารกันระหว่างครูกับนักเรียน ตัวละครของผมเป้นครูที่ไม่เป็นผู้ใหญ่นัก และภรรยาของเขาก็อยากให้เขาโตเสียที แต่ความสัมพันธ์ของเขากับเด็กๆ จะดีกว่า เขาเข้ากับเด็กได้ดี ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดีครับ

 

HP3
HP3

ด้านผู้กำกับเอ็ม ไนท์ กับงานกำกับเรื่องล่าสุดของเขาซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า The Green Effect และหลังจากได้นำไปเสนอสตูดิโอหลายค่าย แต่ถูกปฏิเสธหมด (น่ากังวลนะเนี่ย) เขาก็ได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขบทและได้รับการตอบรับจากค่ายฟ็อกซ์ในที่สุดที่เปิดไฟเขียวให้เขากำกับหนังเรื่องนี้ (ดิสนี่ย์ทิ้งบังเสียแล้ว) เขาได้พูดถึงหนังเรื่องใหม่ว่า

 

Night : ประเด็นของหนังเกี่ยวกับว่าหากคุณรู้ว่าคุณต้องตาย ซึ่งแน่นอนเราทุกคนต้องตาย บทสนทนาของคุณจะเป็นอย่างไร อะไรจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณจะพูดกับคนที่คุณรัก

 

ไนท์พูดถึงการคัดตัวแสดงที่น่าประหลาดใจในการเล่นหนังของเขาอย่างการนำนักแสดงแอ๊คชั่นมารับบทในหนังอย่างการใช้บรู๊ซ วิลลิส, เมล กิบสัน และล่าสุด มาร์ค วอห์ลเบิร์กว่า

 

Night : พวกเขาสร้างพลังให้กับหนัง  คุณคงไม่ได้เห็นมาร์คในบทแบบนี้ บทที่เป็นปุถุชนธรรมดา เป็นคนน่ารัก และมีอารมณ์ขัน เขารับบทเป็นครูสอนนักเรียนธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีแผนรับมือใดๆ ที่จะกู้โลกเลย

 

The Happening เปิดตัวฉาย 12 มิถุนายนนี้

 

 

 

 

Post a comment

Sweeney Todd Interview with Johnny Depp

  • Jan 4, 2008
  • Post a comment

 

 

 

Sweeney Todd
Sweeney Todd

Sweeney Todd Interview with Johnny Depp

การผสมผสานการทำงานของทิม เบอร์ตัน และ จอห์นนี่ เด็ปป์นั้นสร้างความน่าทึ่งให้โลกภาพยนตร์เสมอมา และทั้งคู่ต่างก็ดึงเอาความยอดเยี่ยมในฝีมือของกันและกันออกมาด้วย ในหนัง Sweeney Todd ที่ทิม เบอร์ตันดัดแปลงมาจากละครเพลงของ Sondheim นั้น ก็เป็นอีกผลงานหนึ่ง และอาจเป็นจุดสูงสุดของการทำงานของทั้งสองคนด้วย

 

คุณเป็นหนึ่งในนักแสดงไม่กี่คนที่ไม่คล้อยไปตามกระแสฮอลลีวู้ด มันเป็นเพราะอะไรและอะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจให้คุณสนใจบทนี้

Depp : ขอตอบข้อแรกก่อนแล้วกันนะครับ ผมคิดว่าคงเป็นเพราะความหัวแข็งแล้วก็ความเย่อหยิ่งในตัวผมมั้ง (หัวเราะ)  คือถ้าให้พูดถึงการที่ผมเลือกทำในสิ่งที่ผมทำ แน่นอนว่ามันมีอะไรที่ง่ายกว่านี้  ซึ่งอย่าง Sweeney Todd นี่ ทิมพูดกับนานแล้ว และถ้าเขาขออะไรจากผม ผมจะไม่รีรอเลย

Burton : เว้นแต่จะขอให้เต้นบัลเล่ย์

Depp : ผมคิดว่าผมจะทำนะ ผมคิดว่าผมจะลองดู

 

ทำไมถึงเป็นบทนี้

Depp : ผมเองคุ้นเคยกับบทนี้มาก่อนในฉบับละครเพลง ผมดูวิดิโอของ Angela Lansbury และก็ฟังเพลงพวกนี้มาพอสมควร และผมก็เห็นโปรดักชั่นของหนังและคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้เล่นเป็น Sweeney Todd เป็นสวีนี่ย์ ท้อดด์ในแบบที่ต่างออกไป ในทางที่ดีนะครับ คือออกจะไปในทางที่ทันสมัยหน่อย เหมือนแบบสวีนี่ย์พั้งค์ร็อคอะไรแบบนั้น

 

Johnny Depp
Johnny Depp

ตอนนี้ถือว่าสร้างกระแสมากๆ นะเพราะไม่มีใครเคยได้ยินคุณร้องเพลง คุณรู้สึกสนุกไหมที่ได้เห็นคนรอดู

Depp : ผมคิดว่าผมนี่แหละ กลัวมากกว่าใครเลยนะ นอกจากทิมคนเดียวที่ยอดมาก เขาเชื่อใจผมและผมก็โชคดีมากที่เขายอมให้ผม... คือผมไม่มีขั้นตอนในเรื่องของการร้องเพลง  คือชีวิตนี้ผมไม่เคยร้องเพลงมาก่อนเลย ผมเลยต้องหาทางร้องให้ได้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องให้เสียงผมทุ้มเข้าไว้  ผมต้องลองฝึกซ้อมร้องเพลงในโรงรถบ้านเพื่อน เพราะผมไม่รู้ว่าผมจะร้องได้ถูกคีย์หรือเปล่า จริงๆ นะ ผมร้องไม่ค่อยถูกคีย์หรอก ผมอยากแน่ใจว่าผมทำสามารถทำได้เพื่อทิม ผมเลยตัดเดโมตัวแรกส่งไปให้ทิม แต่ที่จริงเป็นเสียงเพื่อนผม แล้วผมก็นั่งภาวนารอฟังคำตอบ (หัวเราะ)

 

ตัวละครของคุณเป็นเหยื่อ หรือต้องการแก้แค้นด้วยการใช้ความรุนแรง

Depp : ผมว่ามันเป็นอะไรรวมๆ กันนะ  คือมันซ้อนๆ กัน สิ่งหนึ่งนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ก็เป็นเหยื่อที่ต้องการจะแก้แค้นและสุดท้ายหมกหมุ่นไปกับความคิดที่จะแก้แค้น และกลายมาเป็นความคลั่งไคล้ที่รุนแรง กลายเป็นความบ้าคลั่ง ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวที่เขามี  สิ่งเดียวที่ผลักดันให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปได้

 

Fleet street
Fleet street

มีบางฉากที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับใน Edward Scissorhands

Depp : เปรียบกับ Edward Scissorhands เหรอ ไม่นะ ผมคิดว่าความคล้ายคลึงกันในเรื่องของความรู้สึกที่ว่าทั้ง Scissorhands หรือแม้แต่ Sleep Hollow อย่าง Ichabod Crane คือตัวละครเหล่านี้มันเหมือนกันอยู่มาก หมายถึงลักษณะของพวกเขา คืออยู่ในจินตนาการของตัวเองอะไรแบบนั้น เอ็ดเวิร์ดจะออกไปทางไร้เดียงสา ผมคิดว่าเราจะเห็นเอ็ดเวิร์ดโกรธแค่ครั้งเดียวเองนะ

 

ตัวละครของคุณโกรธอยู่ตลอดเวลา มันมีอะไรมากระตุ้นหรือเปล่า

Depp : ไม่รู้สิ ผมยังไม่ได้ดูหนังนะ  แต่ที่ตลกคือในกองถ่ายเราหัวเราะกันเป็นบ้ามากเลย มันสนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่ดี สนุกดี เราหัวเราะกันแบบเฮฮามากๆ

 

Sweeney
Sweeney

อะไรคือสิ่งที่ทิมดึงออกมาจากตัวคุณได้ในแบบที่ผู้กำกับอื่นไม่สามารถทำได้

Depp : คือตั้งแต่เราเจอกันในคอฟฟี่ชอปเมื่อหลายปีก่อนนั้น สำหรับผม ผมว่ามันมีอะไรที่สื่อถึงกันได้ในหลายระดับนะ คือมันเป็นเรื่องของความชื่นชอบในอะไรแปลกๆ หรือความเข้าใจในสิ่งที่พิลึกๆ ที่มันลงตัวกับอะไรๆ ในทศวรรษที่ 70 ตัวอย่างเช่น นกฮูกทำจากเชือก กับองุ่นทำจากเรชิ่น กับผลไม้เทียม  เหมือนผลไม้เทียมบนโต๊ะในครัวคือไม่มีใครคิดอะไรกับมันมากไปกว่านั้น คือมันเป็นอะไรที่เข้าใจกันตั้งแต่แรก  ตั้งแต่นั้นที่ผมต้องการในฐานะนักแสดง ในฐานะเพื่อน ในฐานะนนักแสดงแล้วผมต้องการให้เขาได้ใกล้เคียงกับสิ่ที่เขาต้องการที่สุด หรืออย่างน้อยก็คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องการ  งนของนักแสดงคือให้ทางเลือกกับผู้กำกับ ให้ทางเลือกเยอะๆ  ที่ตลกคือเวลาที่ผมเล่นหนัง เวลาที่ผมเตรียมตัวในการรับบท ผมจะเกิดไอเดียหลายอย่าง และผมจะพยายามนำมาปรับใช้กับตัวละครนั้น และผมจะรู้สึกดีกับมันเวลาที่หวังว่าคนอื่นจะรู้สึกถึงมันด้วย แต่เวลาที่ผมทำงานกับทิม เวลาที่ผมเตรียมตัวรับบทในหนังเขา ก่อนที่ผมจะคิดถึงตัวละครผมจะคิดถึงเขาก่อน ผมจะหวังว่าผมจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง  เพราะงั้น เขาต้องมาก่อน

 

Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street บรรเลงเลือด 31 มกราคมนี้

 

 

 

 

 

 

Post a comment

Amy Adams Talks ENCHANTED

  • Jan 3, 2008
  • Post a comment

 

 

Enchanted_poster
Enchanted_poster

 

Amy Adams Talks ENCHANTED

จากนักแสดงหญิงที่ไม่มีคนรู้จัก มาถึงตอนนี้ Amy Adams กลายเป็นนักแสดงหญิงที่ได้เสนอชื่อเข้าชิงออสการ์แล้วจากหนังเรื่อง Junebug และในผลงานล่าสุดกับ Enchanted เธอรับบททตัวละครการ์ตูนที่เข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในนิวยอร์ก และตามหาเจ้าชายในฝันของเธอ ก่อนหน้านี้เธอมีผลงานในหนังอินดี้เรื่อง Junebug แต่หลังจาก Enchnted แล้ว เธอกำลังจะมีผลงานอย่าง Charlie Wilson's War ตามมาเร็วๆ นี้

 

Amy Adams
Amy Adams

ทำไมคุณถึงรู้สึกสบายกับตัวละครตัวนี้ ทำไมถึงเข้าใจเธอได้เป็นอย่างดี

Adams : คือตอนที่ฉันอ่านบทครั้งแรก ฉันรู้สึกเหมือนฉันรู้ว่าเธอเป็นยังไง รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันเข้าใจ ซึ่งก็แปลกจริงๆ  ฉันรู้สึกว่าฉันชอบตัวละครที่มองโลกในแง่ดี และมาจากที่ซึ่งไร้เดียงสา ฉันว่ามันมีอะไรให้ค้นหาได้เยอะในตัวละครเหล่านี้  และมันก็เป็นอะไรที่ฉันสนุกกับการแสดงด้วย ฉันไม่ได้คิดว่ามันเป็นมุกตลก ฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่จริงจังและฉันคิดว่าคนดูคงรู้สึกได้ว่าฉันไม่ได้แกล้งทำแต่ฉันแสดงออกมาจริงๆ

 

ความท้าทายในการถ่ายทำที่ไม่ต่อเนื่องตามท้องเรื่องกับการแสดงให้มีพัฒนาการเป็นอย่างไร

Adams : ฉันคิดว่ามันท้าทายอยู่เสมอในการถ่ายหนัง คือการถ่ายกันไม่ลำดับตามเรื่อง แต่เราต้องคงความรู้สึกไล่ลำดับไปตามเรื่องนั้น เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก อย่างตัวละครตัวนี้ก็ด้วย เราต้องใส่ใจกับความรู้สึกของตัวละครและแสดงไปตามลำดับความเปลี่ยนแปลงของเรื่องทั้งในเรื่องจิตวิทยาด้วย เป็นสิ่งที่เราต้องมีสมาธิกับมันค่ะ

 

Central park
Central park

แล้วคุณดูหนังการ์ตูนของดิสนี่ย์ทุกเรื่องตั้งแต่ปี 1937 จริงหรือเปล่า

Adams : ก็ ฉันบอกได้แค่ว่าฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงมาก ในการดูหนังเหล่านั้น แต่จริงๆ แล้วฉันเองก็ดูการ์ตูนพวกนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันก็รู้จักการ์ตูนพวกนี้ดีอยู่แล้ว มันเลยไม่ต้องศึกษาอะไรมาก ที่จริงฉันพยายามเลี่ยงด้วย เพราะไม่อยากทำอะไรที่เป็นการลอกเลียนบรรดาเจ้าหญิงในการ์ตูนเรื่องอื่น ฉันอยากสร้างตัวละครใหม่ เควินก็ทำงานได้น่าทึ่งมาก เขาเป็นคนทำตัวละครตัวนี้เป็นการ์ตูน และดำเนินตามรอยของดิสนี่ย์ทุกอย่าง เขาให้ฉันมาลงเสียงตัวละครก่อนวาด เพื่อที่เขาจะได้วางสตอรี่บอร์ดของหนังไว้ก่อน  ดังนั้นฉันจะรู้ว่าในแต่ละฉากเขาต้องการให้ตัวละครที่เป็นคนจริงๆ ควรมีท่าทางอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร ฉันจะรู้ว่าเขาต้องการถ่ายแบบไหน ซึ่งมันช่วยฉันได้มากค่ะ

 

แล้วคิดอย่างไรกับตัวละครฉบับการ์ตูนของคุณ

Adams : ฉันชอบนะ ฉันอิจฉาเธอด้วยซ้ำไป เอวเธอก็บางกว่าฉัน ฉันก็เลยยิ่งงดอาหารมื้อดึกเลยระหว่างถ่ายทำ แต่ฉันคิดว่าพวกเขาทำออกมาได้ดีมากเลย คือจับท่าทางการเคลื่อนไหวของฉันได้หมด บางทีเราก็ต้องตั้งสมาธิเพราะเขาต้องการทำให้ตัวการ์ตูนออกมามีคาแร็คเตอร์แบบฉันจริงๆ  ฉันคิดว่ามันวิเศษมาก อย่างที่ฉันบอก ฉันโตมากับการดูการ์ตูนเหล่านี้ รวมถึงการ์ตูนที่เจมส์ แบ็กซ์ตันวาดด้วย มันจึงเป็นเกียรติอย่างมากที่เขาเอาฉันไปทำเป็นอนิเมชั่น

 

Amy & Patrick
Amy & Patrick

คุณต้องแสดงฉากสำหรับใช้เป็นตัวการ์ตูนด้วยหรือเปล่า

Adams : ถ่ายค่ะ  เราถ่ายฉากที่ฉันไปที่งานแต่งงานจริงๆ  เราทำเหมือนกับว่าเราถ่ายหนังเลย แล้วบันทึกฉากนั้นไว้เพื่อใช้อ้างอิงในตอนทำอนิเมชั่น

 

ทำงานร่วมกับอลัน เมนเกนในเพลงต่างๆ  เป็นอย่างไร แล้ว มีเพลงที่ถูกตัดออกไปจากหนังไหม

Adams : ไม่มีค่ะ เพลงทุกเพลงที่ฉันร้องอยู่ในหนังหมด ฉันกลัวมากเลย คือไม่รู้ว่า ... อาจจะไม่ใช่กลัวก็ได้ค่ะ คือ กังวลมากกว่า เพราะฉันอยากทำงานให้ออกมาดี  ฉันโตมาก็ฟังเพลงของอลัน เมนเกนมาเยอะแยะ อย่าง A Part of Your World* ฉันคลั่งเพลงนี้ช่วงเรียนไฮสคูลอยู่เป็นปีเลยค่ะ ฉันเลยอยากที่จะทำงานนี้ให้ได้มาตรฐาน ฉันจึงทั้งฝึกฝน ฝึกซ้อมเสียงของฉัน ฉันฝึกการร้องเพลงแบบละครเพลง และไม่ได้สันทัดการเต้นมากนัก ฉันจึงไม่คิดว่าฉันจะไปเป็นศิลปินเดี่ยวอะไรหรอกนะคะ ฉันฝึกหนักมาก และฉันก็กลัวว่ามันจะได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจ

 

The Ball
The Ball

คุณทำอย่างไรถึงทำเสียงร้องให้เหมาะกับตัวละครได้ขนาดนี้

Adams : ฉันฟังเพลงเจ้าหญิงต่างๆ ในหนังของดิสนี่ย์ค่ะ เพราะทีมงานอยากให้ได้เสียงที่ได้อารมณ์ของสโนว์ ไวท์, ซินเดอเรลล่า, เจ้าหญิงนิทรา คือ นุ่มนวล  เป็นจังหวะ และยิ่งเมื่อเธอกลายมาเป็นคนจริงๆ อยู่ในโลกจริงๆ เราก็ทำให้มันออกมาในสไตล์ปัจจุบันมากขึ้น อย่างเพลง That's How You Know ที่เราทำออกมาแบบบรอดเวย์ ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าเพลงนี้จะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ตลอดเรื่อง เพลง So Close ซึ่งเป็นเพลงที่กุ๊กกิ๊กหน่อยแต่เราเลือกสไตล์ร็อคบาลลาดมาใช้ ซึ่งเพลงในหนังจะพัฒนาอยู่ตลอด และฉันเองก็ตั้งใจอย่างมากในการฝึกซ้อมร้องเพลงในสไตล์ละครเพลง แล้วก็ในสไตล์บรอดเวย์ด้วย

 

แล้วคิดว่าจะออกอัลบั้มบ้างไหม

Adams : ไม่เลยค่ะ ฉันไม่คิดจะออกอัลบั้มเลย ฉันพร้อมจะเล่นละครเพลงนะ ฉันรู้ดีว่าเสียงฉันเป็นยังไง มันไม่ใช่เสียงที่จะร้องเพลงป๊อป ฉันอาจจะลองดูได้ แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะออกมาดีหรอกค่ะ

 

ENCHANTED ฉายพร้อมกัน 24 มกราคมนี้

 

*(จากการ์ตูน Little Mermaid)

 

 

 

 

Post a comment

Order of the Phoenix Interview

  • Jul 9, 2007
  • Post a comment

Harry Potter and the Order of the Phoenix : Set Visit

Interview with Daniel Radcliff

แดเนี่ยล แร้ดคลิฟฟ์ โตขึ้นพร้อมกับการเป็นที่เฝ้ามองของผู้ชมนับล้านในฐานะแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ และในภาคห้านี้เขาได้พูดถึงพัฒนาการและการถ่ายทำในหนังภาคเข้มข้นอีกภาคของซีรี่ส์ชุดนี้

Harry
Harry

 

นี่เป็นอีกภาคหนึ่งที่มืดมนยิ่งขึ้นสำหรับตัวละครตัวนี้ แฮร์รี่มีความแค้นมากขึ้น และต้องรับมือกับอะไรหลายอย่าง อยากให้เล่าให้ฟังหน่อย

แดเนี่ยล : ผมคิดว่าแฮร์รี่ก็ผ่านอะไรต่างๆ เหมือนที่วัยรุ่นทุกคนต้องเจอนะครับ ซึ่งจะต่างกันก็ตรงที่แฮร์รี่เจอกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาจากคนที่พยายามจะฆ่าเขา (หัวเราะ) เขาจะโกรธมากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ  วันก่อนเราถ่ายฉากที่แฮร์รี่สารภาพกับซีเรียสว่าเขารู้สึกยังไง เขารู้สึกโกรธแค่ไหน และเรื่องที่ว่าเขาคิดว่าเขากำลังจะกลายเป็นคนเลว ผมคิดว่ามันมีเรื่องให้เขาต้องคิดเยอะมาก สำหรับผมในฐานะนักแสดง ผมว่ามันเป็นอะไรที่น่าสนใจ และคิดว่าน่าจะเป็นตัวละครที่คนดูอยากจะดู

ในภาคสี่ฉากที่ยากมากสำหรับคุณคือฉากใต้น้ำ และเรื่องการดำน้ำ ในภาคนี้มีอะไรพอจะเทียบได้กับมันไหม หรือมีอะไรที่ท้าทายบ้าง

แดเนี่ยล : ในเรื่องของอารมณ์ มันมีอะไรที่ผมต้องแสดงเยอะมากในภาคห้านี้ อย่าง ที่ชัดๆ ก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับซีเรียสและปฏิกริยาของแฮร์รี่ แต่ไม่มีเรื่องของการใช้ร่างกายในกองถ่าย ถ้าจะมีก็ฉากที่ต้องเผชิญหน้ากับโวลเดอร์มอร์ต การต่อสู้ระหว่างสมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์กับผู้เสพวิญญาณ ซึ่งรับรองว่าสุดยอดครับ

เสียดายไหมที่ไม่มีฉากควิดดิชในภาคนี้

แดเนี่ยล : ที่จริงผมไม่ค่อยเสียดายอะไรนะ เพราะการถ่ายฉากเล่นควิดดิชมันลำบากมากๆ  มันเจ็บด้วยนะครับ ตอนที่ผมอ่านหนังสือแล้วเจอตอนที่บอกว่าแฮร์รี่ถูกแบนจากการเล่นควิดดิชและการแข่งถูกยกเลิก ผมแบบ “เยส