Talk with Wall E
Talk with Wall E
ในจักรวาลที่ไม่ไกลออกไปสักเท่าไหร่ Wall-E เป็นหุ่นยนตร์ตัวน้อยที่ต้องอยู่เพียงลำพังมานานนับร้อยปี ได้ทำก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดโลกใบนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่แล้วเขาก็ได้พบจุดหมายใหม่ในชีวิต เมื่อเขาได้พบกับอีฟ มนุษย์ต่างดาวที่ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว Wall-E ได้พบกุญแจสำคัญต่ออนาคตของโลก เรื่องราวการผจญภัยของ Wall-E และ Eve ก็ได้เริ่มขึ้นจากตรงนี้ แต่ก่อนที่เราจะได้ไปชมเจ้าหุ่นตัวน้อยที่จะกุมหัวใจคนทั้งโลก มาคุยกับผู้ให้เสียงพากย์เจ้า Wall-E ที่น่ารักกันดีกว่า ใครหลายคนอาจจะไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้วผู้ที่สร้างเสียง Wall-E นั้น เป็นคนที่สร้างเสียงของหุ่นยนตร์ที่เป็นที่รักของโลกอีกตัวหนึ่งอย่าง R2-D2 มาแล้ว เอนจิเนียร์ผู้สร้างเสียงคนนี้คือ Ben Burtt ซาวนด์เอนจิเนียร์จาก Star Wars
สิ่งที่ท้าทายในการทำเสียงของ Wall E ก็คือต่างจาก R2 D2 แน่นอน แต่ในเสียงของ Wall E ก็มีความเป็น R2D2 อยู่ด้วยหรือเปล่า
Ben : แอนดรูว์ (ผู้กำกับ) อยากให้เสียงของ Wall E เป็นเสียงที่ออกมาจากการทำงานของกลไกเครื่องยนตร์ในตัว ที่ไม่ว่าจะเป็นเสียงการทำงานของชิพหรือเสียงลั่นของมอเตอร์ ซึ่งก็น่ารักดี โดยทำให้เสียงเหล่านั้นออกมาแล้วให้อารมณ์ความรู้สึก ว่ามันรู้สึกอย่างไร ซึ่งปัญหานี้ก็กลับไปเหมือนกับตอนที่ทำ R2 D2 คือเป็นไอเดียเดียวกัน ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวละครที่ไม่พูดคำเป็นคำพูด หรืออย่าง Wall E ที่พูดได้น้อยคำมากๆ เป็นที่เข้าใจของคนดูว่ามันคิดอะไรและต้องทำให้เข้าใจถึงความลึกของตัวละครด้วย ลูกเล่นที่เราใช้ก็คือการใช้เสียงของคนร่วมกับอิเลโทรนิคเพื่อจะได้มีอารมณ์แบบมนุษย์อยู่ด้วย อย่าง Wall E นี่ ลงเอยที่เสียงผมเอง เพราะผมมักทดลองทำเสียงต่างๆ ด้วยเสียงตัวเอง คือเราจะใส่เสียงมนุษย์ที่ทำขึ้นเป็นคำหรือเป็นเสียงก็ตามแต่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ แล้วก็เข้าโปรแกรมดัดแปลง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการจัดการกับภาพที่เราแก้ไขในรายละเอียดของพิกเซล เสียงก็เหมือนกันครับ
มีแหล่งที่มาของเสียงอื่นๆ บ้างไหมที่นำมาใช้
Ben : มีเป็นพันๆ เสียงเลยครับ แค่เสียงตัว Wall E ตัวเดียวก็มีไฟล์เสียงมากกว่าหนังบางเรื่องทั้งเรื่องแล้วด้วยซ้ำ มีราวๆ 2500 ไฟล์ได้ เพราะตัวละครแต่ละตัวก็ต้องมีเสียงเฉพาะของมัน รวมไปถึงเสียงเวลาที่เคลื่อนไหวต่างๆ อย่าง Wall E นี่ มันจะต้องวิ่งไปทั่วทุกที่ ใช้ความเร็วหลายระดับต่างกัน เวลาที่มันเคลื่อนที่ช้าลง ก็จะมีเสียงหมุนๆ ซึ่งเสียงนั้นผมได้ยินมาจากหนังของจอห์น เวย์น มีคนนึงเปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีทหารจ่ายพลังงาน ผมคิดว่าผมชอบเสียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มันเท่ดี แล้วผมจะไปหาเสียงแบบนั้นจากไหน ผมไปเจอในอีเบย์ครับ ก็ซื้อมา หนังตัวต้นฉบับเลยปี 1949 เราเอามันเข้าสตูดิโอแล้วก็ตัดต่อเสียงให้มีความไวในแบบของ Wall E
เวลาที่ Wall E ทำอะไรเร็วขึ้น เสียงก็ต้องสูงขึ้นและกระฉับกระเฉงขึ้น ตรงนี้ผมเคยบันทึกเสียงเครื่องบินเอาไว้นานแล้วตอนที่ใช้ใน Raiders of the Lost Ark เป็นเสียงเครื่องบินยุค 1930 ซึ่งแน่นอนว่าเราหาเครื่องบินแบบนั้นไม่ได้ แต่ในสตูดิโอเราจะยังมีอุปกรณ์ทำเสียงด้วยมือแบบเก่าอยู่ เหมือนสตูดิโอที่ทำเสียงในการ์ตูนยุคเก่าๆ ของดิสนี่ย์น่ะครับ ซึ่งเราใช้อุปกรณ์หลายชิ้นในการทำเสียง Wall E ด้วย
แต่ในปัจจุบันนี้มีเครื่องมือไฮเทคที่นำมาสร้างเสียงอะไรก็ได้ คุณคิดว่ามันสำคัญแค่ไหนที่ยังคงใช้การทำเสียงด้วยมือ
Ben : คนคงคิดว่ายุคนี้แล้วคอมพิวเตอร์และระบบดิจิตัลสามารถทำได้ทุกอย่างในส่วนของเอฟเฟ็คท์ทางภาพอะไรต่างๆ แต่กับเรื่องเสียงมันต่างกันครับ การทำเสียงมันแตกต่างกันในหลายมิติครับ แน่นอนว่าดิจิตัลสามารถช่วยจัดการอะไรต่างๆ ทำให้งานเร็วขึ้น และสามารถทำเสียงต่างๆ ได้บนคอมพิวเตอร์ตัวเดียวในขณะที่เมื่อ 25 ปีก่อนเราต้องมีสตูดิโอเพื่อเตรียมอุปกรณ์ทำเสียงต่างๆ ไว้ในสตูดิโอ และต้องใช้คนหลายคน หนังส่วนใหญ่ที่ผมทำเสียงให้เป็นหนังแฟนตาซี แต่การทำเสียงในโลกแฟนตาซีนั้นเราก็เอาเสียงจากโลกแห่งความจริงนี่แหละครับ เราต้องนำเสียงจริงๆ มาปรับใช้ในโลกจินตนาการและทำให้คนดูรู้สึกว่ามันน่าทึ่งกว่าเสียงจริงๆที่เรานำมาใช้
เสียงของซีกอร์นี่ย์ วีเว่อร์ ที่เป็นเสียงยานแม่ของเอเลี่ยนใน Wall E มันตลกดีจริงๆ คุณทำยังไงกับเสียงเธอ
Ben : คือทั้งผมและแอนดรูว์เราต่างชอบหนังชุด Alien กัน ผมเองก็ทำเสียงคอมพิวเตอร์ในยานแม่ในหนังภาคแรกด้วย มันก็มีอะไรเกียวข้องกันนิดหน่อย เราบันทึกเสียงเธอในสตูดิโอ แต่ตอนมิกซ์กับหนังเราใส่เอคโค่เข้าไป เสียงก็เลยเหมือนกับดังมาจากทุกที่ ทำให้รู้สึกเหมือนมีพลัง แบบว่าเราหาที่มาของเสียงไม่ได้เหมือนกับเสียงที่มาจากลำโพง ผมคิดว่าเจตนาของมันน่าจะให้ฟังดูมีพลังน่ะนะ
เสียงไหนทำยากที่สุด
Ben : เสียงพูดนี่ล่ะครับยากที่สุด เพราะคนดูฟังเสียงเหล่านี้มากกว่าเสียงเอฟเฟ็คท์ เพราะเราเชี่ยวชาญในการตีความเสียงรบกวนหรือเสียงพูด เพราะฉะนั้นอะไรที่สามารถตีความเป็นเสียงพูดหรือเสียงความรู้สึกได้ คนดูก็จะฟังอย่างตั้งใจ ดังนั้นการทำเสียงของหุ่นทั้ง Eve และ Wall E และเสียงต่างๆ ในหนัง ถ้าเราแค่เอาเสียงเครื่องดูดฝุ่นมาทำ วี้วี้วี้ เหมือนที่เด็กป.สามทำล่ะก็ ยุ่งแน่
Wall E ทำเสียงเวลาที่ประหลาดใจหรือสนอกสนใจ เสียงเหล่านั้นมาจากไหน
Ben : มีเสียงมากมายที่เราใช้ครับ อย่างเสียงคิ้วนั่นก็เป็นเสียงชัตเตอร์กล้อง Nikon เสียงแขนก็เป็นเสียงจากกระบอกปืนรถถัง,แล้วก็มอเตอร์ครับ ลองถามได้ครับว่าเสียงไหนคืออะไร มันมีเยอะมาก
แล้วเสียง Wall E จามล่ะ
Ben : นั่นผมทำเองครับ ทำได้โดยใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วย
Wall E จะกุมหัวใจคนไทยพร้อมกัน 12 สิงหาคม