อย่าคิดว่าซัมเมอร์นี้มีเพียงหนัง Wall E ที่อนุรักษ์ธรรมชาติและสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม ทว่าหนังแอ๊คชั่นแฟนตาซีอย่าง Hellboy 2 : The Golden Army ก็แฝงแนวคิดรักษาสิ่งแวดล้อมกับเขาเหมือนกัน ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าหนังภาคสองนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรกัน
หนังเฮลบอยภาคสองเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานก่อนนอนที่ศาสตราจารย์เล่าให้เร้ดฟังเกี่ยวกับสงครามระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในเทพนิยาย หัวใจสำคัญของเรื่องอยู่ที่มงกุฏที่หากใครได้สวมจะทำให้ควบคุมกองทัพหุ่นยนตร์ที่เรียกว่า Golden Army ได้ สงครามสงบลงเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างขอสงบศึก มนุษย์ได้ครอบครองเมืองและเหล่าสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายก็ได้ครอบครองป่า แต่มงกุฏได้แตกเป็นสามส่วน สองส่วนอยู่กับพวกเอล์ฟ อีกส่วนอยู่กับมนุษย์ และก่อนที่จะไปไขปริศนามงกุฏทองคำ เราจะนำร่องกันด้วยการ์ตูนห้าหน้าที่เล่าถึงที่มาของมงกุฏที่ว่านี้กันก่อนเป็นการเรียกน้ำย่อยครับ
- ได้เวลานอนแล้ว จำได้ไหม ลูกต้องหลับตอนที่เขาลงมาทางปล่องไฟ
- แต่ พ่อฮะ เราไม่มีปล่องไฟ
- นอนได้
- ว้า
- เอาล่ะ นิทานก่อนก็ได้
-------------------------------------
- นิทานพิเศษสำหรับคืนพิเศษเพื่อเด็กที่พิเศษ
- นี่เป็นเรื่องเล่าโบราณ อาจเป็นเรื่องแรกที่เล่าขานกัน
- โห ผมชอบจัง
* ฐานทัพทหารดั๊กลาส, นิวเม็กซิโก, คือนก่อนคริสต์มาส ปี 1955
- ในยุคแรกนั้น มนุษย์, สัตว์ และสิ่งมีชีวิตวิเศษต่างอยู่ร่วมกันภายใต้ร่มเงาของบิดาพฤกษา
- คือไรอ่ะ
- ถ้าขัดจังหวะแบบนี้ไม่เล่าล่ะ
- โทษฮะ
- ที่นั่นภายใต้ร่มเงานแห่งบิดาพฤกษา...
-----------------------------------------
- บุรุษผู้นั้น ด้วยความโลภโมโทสัน
- ฝันถึงการได้ครอบครองโลกทั้งหมด
- และเพื่อสิ่งนั้น สงครามได้เริ่มต้น
- ระหว่างมนุษย์และเหล่าสัตว์เทพนิยาย
---------------------------------------
- โลหิตของเหล่าภูติ, ยักษ์ และก๊อบลินต้องหลั่งริน
- และผู้ปกครองอย่างกษัตริย์เบลอร์ กษัตริย์แขนเดียวของเหล่าภูติ
- ได้แต่มองด้วยความอดสูและหวาดหวั่น
- จนวันหนึ่ง
- ใครบังอาจเข้ามายังท้องพระโรง จงเอ่ยมา
- ฝ่าบาท
- มันคือหัวหน้าของพวกก๊อบลินตีเหล็ก
- ที่จะถวายสร้างกองทัพใหม่ให้พระองค์
----------------------------------------------------------
- กองทัพกลไก
- ใหญ่กว่า 70 เท่า ทหาร 70 นายที่ไม่เหนื่อย ไม่หิว ไม่เจ็บปวด
- และไม่มีวันหยุด
- เจ้าชายนูอาด้า, โอรสของเบลอร์ ผู้เต็มไปด้วยความจองหองและโกรธแค้น
- ขอร้องพระบิดาให้ตอบตกลง
- ต้องทำ มันเป็นชัยชนะของเรา
- และกษัตริย์ผู้รักโอรสของพระองค์ก็ตอบตกลง
- จักไม่มีชีวิตใดต้องสังเวยให้มนุษย์อีก
- สร้างกองทัพให้ข้า
-----------------------------------------------------------------
- พวกก๊อบลินจึงทำงานทั้งกลางวันกลางคืนในโรงหลอม
- และได้สร้างกองทัพทองคำขึ้น
- ทั้งยังหล่อมงกุฎทองคำเพื่อให้กษัตริย์ได้ควบคุมกองทัพนั้น
ที่จริงการ์ตูนชุดนำร่องเรื่องราวใน Hellboy 2 : The Golden Army นั้น ยังมีต่ออีก 16 หน้าด้วย
สำหรับใครที่อยากอ่าน ทางค่ายดีซีคอมิกส์ก็ใจดีให้แฟนหนังดาวน์โหลดไปอ่านกันฟรีเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนชมภาพยนตร์ครับ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ HELLBOY 2 : The Golden Army
HELLBOY 2 : THE GOLDEN ARMY ถล่มโลกใตพิภพ 10 กรกฎาคมนี้
Talk with Wall E
ในจักรวาลที่ไม่ไกลออกไปสักเท่าไหร่ Wall-E เป็นหุ่นยนตร์ตัวน้อยที่ต้องอยู่เพียงลำพังมานานนับร้อยปี ได้ทำก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดโลกใบนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่แล้วเขาก็ได้พบจุดหมายใหม่ในชีวิต เมื่อเขาได้พบกับอีฟ มนุษย์ต่างดาวที่ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว Wall-E ได้พบกุญแจสำคัญต่ออนาคตของโลก เรื่องราวการผจญภัยของ Wall-E และ Eve ก็ได้เริ่มขึ้นจากตรงนี้ แต่ก่อนที่เราจะได้ไปชมเจ้าหุ่นตัวน้อยที่จะกุมหัวใจคนทั้งโลก มาคุยกับผู้ให้เสียงพากย์เจ้า Wall-E ที่น่ารักกันดีกว่า ใครหลายคนอาจจะไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้วผู้ที่สร้างเสียง Wall-E นั้น เป็นคนที่สร้างเสียงของหุ่นยนตร์ที่เป็นที่รักของโลกอีกตัวหนึ่งอย่าง R2-D2 มาแล้ว เอนจิเนียร์ผู้สร้างเสียงคนนี้คือ Ben Burtt ซาวนด์เอนจิเนียร์จาก Star Wars
สิ่งที่ท้าทายในการทำเสียงของ Wall E ก็คือต่างจาก R2 D2 แน่นอน แต่ในเสียงของ Wall E ก็มีความเป็น R2D2 อยู่ด้วยหรือเปล่า
Ben : แอนดรูว์ (ผู้กำกับ) อยากให้เสียงของ Wall E เป็นเสียงที่ออกมาจากการทำงานของกลไกเครื่องยนตร์ในตัว ที่ไม่ว่าจะเป็นเสียงการทำงานของชิพหรือเสียงลั่นของมอเตอร์ ซึ่งก็น่ารักดี โดยทำให้เสียงเหล่านั้นออกมาแล้วให้อารมณ์ความรู้สึก ว่ามันรู้สึกอย่างไร ซึ่งปัญหานี้ก็กลับไปเหมือนกับตอนที่ทำ R2 D2 คือเป็นไอเดียเดียวกัน ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวละครที่ไม่พูดคำเป็นคำพูด หรืออย่าง Wall E ที่พูดได้น้อยคำมากๆ เป็นที่เข้าใจของคนดูว่ามันคิดอะไรและต้องทำให้เข้าใจถึงความลึกของตัวละครด้วย ลูกเล่นที่เราใช้ก็คือการใช้เสียงของคนร่วมกับอิเลโทรนิคเพื่อจะได้มีอารมณ์แบบมนุษย์อยู่ด้วย อย่าง Wall E นี่ ลงเอยที่เสียงผมเอง เพราะผมมักทดลองทำเสียงต่างๆ ด้วยเสียงตัวเอง คือเราจะใส่เสียงมนุษย์ที่ทำขึ้นเป็นคำหรือเป็นเสียงก็ตามแต่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ แล้วก็เข้าโปรแกรมดัดแปลง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการจัดการกับภาพที่เราแก้ไขในรายละเอียดของพิกเซล เสียงก็เหมือนกันครับ
มีแหล่งที่มาของเสียงอื่นๆ บ้างไหมที่นำมาใช้
Ben : มีเป็นพันๆ เสียงเลยครับ แค่เสียงตัว Wall E ตัวเดียวก็มีไฟล์เสียงมากกว่าหนังบางเรื่องทั้งเรื่องแล้วด้วยซ้ำ มีราวๆ 2500 ไฟล์ได้ เพราะตัวละครแต่ละตัวก็ต้องมีเสียงเฉพาะของมัน รวมไปถึงเสียงเวลาที่เคลื่อนไหวต่างๆ อย่าง Wall E นี่ มันจะต้องวิ่งไปทั่วทุกที่ ใช้ความเร็วหลายระดับต่างกัน เวลาที่มันเคลื่อนที่ช้าลง ก็จะมีเสียงหมุนๆ ซึ่งเสียงนั้นผมได้ยินมาจากหนังของจอห์น เวย์น มีคนนึงเปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีทหารจ่ายพลังงาน ผมคิดว่าผมชอบเสียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มันเท่ดี แล้วผมจะไปหาเสียงแบบนั้นจากไหน ผมไปเจอในอีเบย์ครับ ก็ซื้อมา หนังตัวต้นฉบับเลยปี 1949 เราเอามันเข้าสตูดิโอแล้วก็ตัดต่อเสียงให้มีความไวในแบบของ Wall E
เวลาที่ Wall E ทำอะไรเร็วขึ้น เสียงก็ต้องสูงขึ้นและกระฉับกระเฉงขึ้น ตรงนี้ผมเคยบันทึกเสียงเครื่องบินเอาไว้นานแล้วตอนที่ใช้ใน Raiders of the Lost Ark เป็นเสียงเครื่องบินยุค 1930 ซึ่งแน่นอนว่าเราหาเครื่องบินแบบนั้นไม่ได้ แต่ในสตูดิโอเราจะยังมีอุปกรณ์ทำเสียงด้วยมือแบบเก่าอยู่ เหมือนสตูดิโอที่ทำเสียงในการ์ตูนยุคเก่าๆ ของดิสนี่ย์น่ะครับ ซึ่งเราใช้อุปกรณ์หลายชิ้นในการทำเสียง Wall E ด้วย
แต่ในปัจจุบันนี้มีเครื่องมือไฮเทคที่นำมาสร้างเสียงอะไรก็ได้ คุณคิดว่ามันสำคัญแค่ไหนที่ยังคงใช้การทำเสียงด้วยมือ
Ben : คนคงคิดว่ายุคนี้แล้วคอมพิวเตอร์และระบบดิจิตัลสามารถทำได้ทุกอย่างในส่วนของเอฟเฟ็คท์ทางภาพอะไรต่างๆ แต่กับเรื่องเสียงมันต่างกันครับ การทำเสียงมันแตกต่างกันในหลายมิติครับ แน่นอนว่าดิจิตัลสามารถช่วยจัดการอะไรต่างๆ ทำให้งานเร็วขึ้น และสามารถทำเสียงต่างๆ ได้บนคอมพิวเตอร์ตัวเดียวในขณะที่เมื่อ 25 ปีก่อนเราต้องมีสตูดิโอเพื่อเตรียมอุปกรณ์ทำเสียงต่างๆ ไว้ในสตูดิโอ และต้องใช้คนหลายคน หนังส่วนใหญ่ที่ผมทำเสียงให้เป็นหนังแฟนตาซี แต่การทำเสียงในโลกแฟนตาซีนั้นเราก็เอาเสียงจากโลกแห่งความจริงนี่แหละครับ เราต้องนำเสียงจริงๆ มาปรับใช้ในโลกจินตนาการและทำให้คนดูรู้สึกว่ามันน่าทึ่งกว่าเสียงจริงๆที่เรานำมาใช้
เสียงของซีกอร์นี่ย์ วีเว่อร์ ที่เป็นเสียงยานแม่ของเอเลี่ยนใน Wall E มันตลกดีจริงๆ คุณทำยังไงกับเสียงเธอ
Ben : คือทั้งผมและแอนดรูว์เราต่างชอบหนังชุด Alien กัน ผมเองก็ทำเสียงคอมพิวเตอร์ในยานแม่ในหนังภาคแรกด้วย มันก็มีอะไรเกียวข้องกันนิดหน่อย เราบันทึกเสียงเธอในสตูดิโอ แต่ตอนมิกซ์กับหนังเราใส่เอคโค่เข้าไป เสียงก็เลยเหมือนกับดังมาจากทุกที่ ทำให้รู้สึกเหมือนมีพลัง แบบว่าเราหาที่มาของเสียงไม่ได้เหมือนกับเสียงที่มาจากลำโพง ผมคิดว่าเจตนาของมันน่าจะให้ฟังดูมีพลังน่ะนะ
เสียงไหนทำยากที่สุด
Ben : เสียงพูดนี่ล่ะครับยากที่สุด เพราะคนดูฟังเสียงเหล่านี้มากกว่าเสียงเอฟเฟ็คท์ เพราะเราเชี่ยวชาญในการตีความเสียงรบกวนหรือเสียงพูด เพราะฉะนั้นอะไรที่สามารถตีความเป็นเสียงพูดหรือเสียงความรู้สึกได้ คนดูก็จะฟังอย่างตั้งใจ ดังนั้นการทำเสียงของหุ่นทั้ง Eve และ Wall E และเสียงต่างๆ ในหนัง ถ้าเราแค่เอาเสียงเครื่องดูดฝุ่นมาทำ วี้วี้วี้ เหมือนที่เด็กป.สามทำล่ะก็ ยุ่งแน่
Wall E ทำเสียงเวลาที่ประหลาดใจหรือสนอกสนใจ เสียงเหล่านั้นมาจากไหน
Ben : มีเสียงมากมายที่เราใช้ครับ อย่างเสียงคิ้วนั่นก็เป็นเสียงชัตเตอร์กล้อง Nikon เสียงแขนก็เป็นเสียงจากกระบอกปืนรถถัง,แล้วก็มอเตอร์ครับ ลองถามได้ครับว่าเสียงไหนคืออะไร มันมีเยอะมาก
แล้วเสียง Wall E จามล่ะ
Ben : นั่นผมทำเองครับ ทำได้โดยใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วย
Wall E จะกุมหัวใจคนไทยพร้อมกัน 12 สิงหาคม
The Dark Knight : Interview with Christian Bale
บุรุษแห่งรัตติกาลกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาต้องพบกับคู่ปรับตัวฉกาจตลอดกาลอย่างโจ๊กเกอร์ เช่นเดียวกับคริสเตียน เบล ที่กลับมารับบทสร้างชื่อให้กับเขาอีกครั้งในหนังแอ๊คชั่นฟอร์มยักษ์เต็มรูปแบบ ในหนังภาคสองนี้กล่าวถึงความร่วมมือกันระหว่างแบทแมนกับผู้หมวดกอร์ดอนและอัยการคนใหม่อย่างฮาร์วี่ย์ เดนท์ ที่ได้กำจัดอาชญากรให้หมดสิ้นไปจากกอแธมซิตี้ ชัยชนะของพวกเขาดูจะสำเร็จด้วยดี แต่พวกเขาก็ต้องพบกับอาชญากรตัวร้ายที่เป็นอันตรายอย่างที่สุดอย่างโจ๊กเกอร์
ชุดแบทแมนใหม่เป็นไงบ้าง
Bale : ถ้าคุณได้ลองใส่ชุดแบทแมนชุดแรกคุณจะต้อง...มันน่าอายมากเหมือนกับกับผมนั่งเป็นยักษ์ปักหลั่นยังไงยังงั้น ผมก็ไม่รู้ทำไม แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าอายมากสำหรับผม แต่ถ้าคุณได้สวมชุดแรกคุณน่าจะชอบมันเหมือนที่ผมชอบ แบบว่ากว่าจะขยับหัวเข้าที่เข้าทางได้ก็ต้องใช้เวลาเจ็ดเดือน แบบว่าแทบขยับไม่ได้เลย แต่ชุดใหม่นี่เบากว่ามาก แบบว่าขยับตัวได้มากกว่าชุดแรก แล้วก็ไม่ร้อนเท่าชุดแรกด้วย
อะไรทำให้คุณกลับมารับบทเดิมอีก บทหนังหรือนักแสดงหรือเพราะตัวละคร
Bale : ผมว่าก็รวมๆ กันทั้งหมดนั่นล่ะครับ และถ้ามองว่านี่เป็นหนังเรื่องที่สามของผมกับคริส (ผู้กำกับ) ผมก็ไม่สงสัยในความสามารถของเขาที่จะทำหนังดีๆ ออกมาได้ เขาคัดตัวแสดงได้ดีและเขาสันทันในการทำงานกับนักแสดงมีฝีมือมากกว่าทำงานกับพระเอกฮ็อตๆ เพราะความสามารถของเขาทำให้ผมกลับมารับบทเดิมได้เป็นครั้งแรกของผมด้วย
ในภาคแรกบรู๊ซ เวย์นต้องพยายามชั่งน้ำหนักระหว่างการแก้แค้นและความยุติธรรม ในภาคนี้มีความท้าทายอย่างไรบ้าง หรือเขาจะเป็นอย่างไรบ้างในแง่ของเรื่องราว
Bale : ผมไม่บอกคุณหรอก ที่จริงก็ทุกอย่างนั่นล่ะครับ แต่มันเป็นการพัฒนาขึ้น และก็เป็นที่คริส (โนแลน/ผู้กำกับ) เขาพยายามทำให้มันเป็นหนังระดับบล็อกบัสเตอร์ เป็นหนังที่ดูสนุก แต่มันก็มีแง่มุมที่มีแง่คิดซ่อนอยู่ด้วย มันมีอะไรที่เลยเถิดไปหลายอย่าง มีเรื่องของศีลธรรม ถ้าคุณหมายถึงว่ามีอะไรมากกว่าแอ๊คชั่นน่ะนะ เป็นเรื่องของคนที่เริ่มโตขึ้น และเขาเริ่มรู้ว่าเขาเองไม่สามารถควบคุมตนเองได้อย่างที่เขาเคยคิดว่าเขาทำได้
ครั้งแรกที่คุณเห็นฮีธตอนแต่งหน้าเป็นโจ๊กเกอร์รู้สึกอย่างไรบ้าง
Bale : มันน่าทึ่งมากครับ จริงๆ นะ มันดูวิกลจริต ดูเป็นโจ๊กเกอร์ฉบับพังค์ร็อคติดยาอะไรแบบนั้น ซึ่งผมว่ามันเป็นโจ๊กเกอร์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็นมาเลย
ฉากที่เขาทุ่มคุณนั่นเขาคิดขึ้นเองนอกบทเลยหรือเปล่า และเขาด้นบทสดๆ ด้วยใช่ไหม
Bale : เขาไม่ได้ทุ่มผมหรอกนะ ที่จริงผมชอบนะ เขาก็รู้ว่าผมชอบ เราเป็นนักแสดงเหมือนกัน แล้วก็ชอบด้นบทสดๆ เหมือนกัน ผมว่าจังหวะแบบนั้นในหนังเป็นตอนที่เยี่ยมที่สุดแล้วเวลาที่เกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้น
เราจะได้เห็นชีวิตของบรู๊ซ เวย์นในแบบมหาเศรษฐีอีกหรือเปล่า
Bale : มันเป็นชีวิตที่เขาใช้ปกปิดตัวตนของเขาน่ะครับ มันเป็นสิ่งที่มีเพื่อไม่ให้ผู้คนสงสัยว่าเขาจะสามารถเป็นคนที่มีความปรารถนา, ความคิด, ความต้องการ, หรือความสามารถที่จะเป็นแบทแมน เขาจึงต้องทำตัวแปลกๆ แบบเพลย์บอยอย่างที่เห็น
พูดถึงการทำงานกับคริสโตเฟอร์ โนแลนหน่อย อะไรเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุด
Bale : ผมร่วมงานกับเขาเป็นครั้งที่สามแล้ว และแฮปปี้มากๆ ผมว่าเราทำหนังออกมาได้ดีมาก มันทำอะไรง่ายขึ้นเมื่อเรารู้จักกันดี ซึ่งนี่ก็รวมถึงนักแสดงคนอื่นอย่าง แกรี่ กับไมเคิล , มอร์แกน และทีมงานด้วยน่ะครับ
คือมันทำให้เข้าขากันดี คริสกับผมนี่แค่เขาทำเสียงในคอหรือมองผมนี่ ผมก็เข้าใจทันทีว่าเขาอยากให้ผมทำยังไง เขาไม่ต้องอธิบายทั้งหมดทุกอย่าง ผมก็เหมือนกัน
อุปกรณ์แบทแมนชิ้นไหนที่คุณชอบที่สุด
Bale : ผมคงต้องบอกว่าไม่มีชิ้นไหนเป็นพิเศษหรอกครับ ที่ผมชอบ ก็อย่างที่คุณพูด ที่จริงผมชอบการปะทะกันมากกว่า ผมชอบฉากต่อสู้ หรือการอัดกันให้หมอบไปข้าง อะไรแบบนั้น ส่วตัวแล้วผมไม่ค่อยได้ใช้อะไรมากนอกจากแบทพอดกับแบทโมบิล จะเป็นเรื่องความเร็วมากกว่า
แล้วได้ขับแบทพอดเองหรือเปล่าหรือว่าใช้สตั๊นท์แมน
Bale : คือที่จริง นี่เราเพิ่ง เพิ่งเริ่มถ่ายได้ไม่นาน ผมยังไม่ได้ลองขับหรอกนะ ผมไม่อยากเสียฟอร์มที่จะบอกว่าผมยังไม่เคยขับมันเลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ)
เด็กๆ จำคุณได้ไหมว่าคุณเป็นแบทแมน
Bale : ไม่เลยครับ เป็นเพราะหน้ากากนั่นล่ะ ที่ผมเจอก็จะเป็นว่าเด็กๆ จะสับสนแล้วก็ผิดหวังหน่อยๆ (หัวเราะ) เวลาที่คนบอกว่า “ นั่นไงแบทแมน” เพราะเด็กๆ จะมองผมแล้วพูดว่า “ ไม่ใช่นี่” พวกเขาจะทำหน้าเหมือนว่าพ่อกับแม่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า อะไรแบบนั้น
The Dark Knight เปิดศึกปะทะคู่ปรับ 17กรกฎาคมนี้